ภาพถ่ายของฉัน
สวัสดีครับ ทุกท่าน แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการศึกษา ติดต่อผมและผอ.เจน ได้ที่E-Mail : jo_sk4@hotmail.com Tel - 087 4554552 / 089 5133032

ตารางติวเตรียมสอบผู้บริหารสถานศึกษา

ตารางติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา

2-3 ส.ค.2557 ร.ร.ฤทธิยะวรรณาลัย กทม. โดย สมาคมผู้บริหารฯ สพม.2 สนใจติดต่อ ผอ.วิสิทธิ์ 083 9065111

7-9 ส.ค.2557 โครงการพัฒนาศักยภาพรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สพม.13 ณ หาดแก้วรีสอร์ท อ.สิงหะนคร จ.สงขลา

สมาคมฯจังหวัดใดมีโครงการ กรุณาติดต่อจองล่วงหน้านะครับ ขอบคุณ


ท่านใดสั่งหนังสือ โอนเงินแล้ว ยังไม่ได้รับหนังสือ กรุณาแจ้งด้วยครับ
ท่านใดได้รับหนังสือแล้ว ยังไม่ได้รับเฉลยข้อสอบ กรุณาแจ้งด้วยครับ
ขอบคุณครับ

ข่าวการศึกษา

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก 22/2557

ศึกษาธิการ - ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงข่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ครั้งที่ 22/2557 เมื่อวันที่ 21กรกฎาคม 2557
  • ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ของ ศธ.
ปลัด ศธ. กล่าวว่า ที่ประชุมรับทราบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ของกระทรวงศึกษาธิการ ในกรอบวงเงินจำนวน 502,245.4691 ล้านบาท ประกอบด้วย
- สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.) 54,308.3558  ล้านบาท 
- สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) 250.8547 ล้านบาท 
- สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 315,257.8076 ล้านบาท 
- สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 21,030.
9426 ล้านบาท 
- สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) 107,894.8521 ล้านบาท 
- หน่วยงานในกำกับ/องค์การมหาชน 3,502.6563 ล้านบาท ได้แก่ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1,815.3299 ล้านบาท สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา 315.1879 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา 214.3380 ล้านบาท โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ 342.6737 ล้านบาท สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา 40.6230 ล้านบาท และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ 774.5038 ล้านบาท
ทั้งนี้ งบประมาณของ ศธ.ในปี 2558 สูงขึ้นจากงบประมาณปี 2557 เพียงร้อยละ 3 เท่านั้น ซึ่งมีงบประมาณที่ ศธ.ได้ขอแปรญัตติเห็นชอบในหลักการเพิ่มเติมกว่า 4,000 ล้านบาท ในส่วนของ สพฐ. และอีกจำนวนหนึ่งของ สอศ. ขณะนี้ ศธ.ได้เตรียมการชี้แจงต่อกรรมาธิการในวาระที่ 2 แล้ว
ในส่วนของงบประมาณ ศธ.ได้เร่งรัดให้ดำเนินการงบลงทุนในไตรมาสแรก โดยให้ทุกหน่วยงานวางแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้ทันกับปฏิทินดำเนินการและเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้  ซึ่งงบลงทุนมีหลายเรื่องที่ ศธ.ได้ก่อหนี้ผูกพันแล้ว เช่น งบก่อสร้างโรงเรียนเก่า/ชำรุดทรุดโทรมของ สพฐ.ประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ใน 3 จังหวัด การก่อสร้างอาคารสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ และอาคารเรียนต่างๆ ของอาชีวศึกษา ในส่วนของเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวจะใช้โครงสร้างเดิมของปี 2557  ทั้งนี้ได้ขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อซ่อมแซมอาคารเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวแล้ว
สำหรับงบประมาณปี 2557 ที่เหลืออยู่ ขอให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมทั้งก่อหนี้ผูกพันให้เรียบร้อย กรณีที่มีความจำเป็นจริงๆ ขอให้เสนอหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยาภายใน 25 กรกฎาคมนี้ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ และเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว ให้ดำเนินการตามกฎหมาย ประกาศ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง และรายงานสำนักงบประมาณภายในวันที่ 20 สิงหาคมนี้
นอกจากนี้ ขอให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามข้อสั่งการของหัวหน้า คสช. และหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา การใช้งบประมาณปี 2557-2558 ในกรณีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณที่ไม่สามารถดำเนินการได้ ตามมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 (ว 53) เช่น การเปลี่ยนงบประมาณเพื่อเดินทางไปต่างประเทศ การจัดซื้อยานพาหนะ รายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ และรายการที่ขาดความพร้อม และไม่สามารถใช้จ่ายงบประมาณได้ทันในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2558
สำหรับปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 มีดังนี้
29 กรกฎาคม 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 พร้อมเอกสารประกอบ และนำเสนอฝ่ายนิติบัญญัติ
- 6 สิงหาคม 2557 
ฝ่ายนิติบัญญัติให้ความเห็นชอบ และแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ (วาระที่ 1)
- 7 สิงหาคม - 5 กันยายน 2557
 คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ พร้อมจัดทำข้อเสนอต่อฝ่ายนิติบัญญัติ (วาระที่ 2 ขั้นกรรมาธิการ)
- 9 กันยาย
 2557
 ฝ่ายนิติบัญญัติพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ (วาระที่ 2-3)
- 15 กันยายน 2557
 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป
- 1 ตุลาคม 2557
 พ.ร.บ.งบประมาณฯ มีผลบังคับใช้
  • รายงานผลตามข้อสั่งการของหัวหน้า คสช.
ที่ประชุมได้รับทราบการรายงานผลตามข้อสั่งการของหัวหน้า คสช. เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม และ 18 กรกฎาคม 2557 ที่ได้ให้ ศธ.พิจารณาหาแนวทางการส่งเสริมและยกระดับสถาบันการศึกษาทางด้านวิชาชีพ ซึ่งขณะนี้มีความต้องการช่างเทคนิคในสาขาต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยอาจจัดทำเป็นวิทยาลัยตัวอย่าง ที่เน้นความเป็นเลิศในด้านช่างฝีมือ รวมทั้งการส่งเสริมอาชีพและรายได้ที่เหมาะสม เพื่อเป็นการสร้างและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน รวมทั้งจะช่วยลดปัญหากลุ่มวัยรุ่นที่มั่วสุม ทะเลาะวิวาท และยาเสพติด
ทั้งนี้ สอศ.ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบแนวทางดำเนินการใน 2 ส่วน ดังนี้
- การยกระดับสถาบันการศึกษาด้านวิชาชีพ  สอศ.ได้ร่วมมือกับ 4 ประเทศสำคัญ ได้แก่ เยอรมนี สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และจีน เพื่อจัดทำ MOU ความร่วมมือและจับคู่กับวิทยาลัยต้นแบบ เช่น มหาวิทยาลัยโคเซน ประเทศญี่ปุ่น  สถาบัน ITE ของสิงคโปร์ รวมทั้งได้เดินทางไปเจรจาความร่วมมือกับสาธารณรัฐประชาชนจีนไว้แล้ว  ซึ่งจะเป็นการเน้นด้านสายอาชีพ  และจะมีการเปิดห้องเรียนตัวอย่าง/ห้องเรียนต้นแบบของแต่ละประเทศในประเทศไทยด้วย โดยจะเปิดรับนักศึกษาในปีการศึกษา 2558 เป็นต้นไป
- การก่อเหตุทะเลาะวิวาท สอศ.ได้จัดทำแนวทางการป้องกันและปัญหาเด็กนักเรียนตีกัน ตามนโยบายของ คสช. ประกอบด้วย 6 มาตรการ ได้แก่ 1) จัดแบ่งพื้นที่เพื่อให้สถานศึกษาที่เกี่ยวข้องได้ดูแลพื้นที่ในความรับผิดชอบของตนเอง 2) ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังและตรวจตราพื้นที่เสี่ยง 3) จัดระดับสถานศึกษาหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงมาก น้อย เพื่อวางมาตรการป้องกัน แก้ไขตามสภาพความเสี่ยง 4) ให้สถานศึกษารวบรวมรายชื่อนักศึกษากลุ่มเสี่ยง ตลอดจนรุ่นพี่ที่ไม่ได้ศึกษาอยู่แต่เป็นผู้ยุยงปลุกปั่น 5) ให้สถานศึกษาร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปเยี่ยมบ้านนักศึกษา/รุ่นพี่ตามรายชื่อ 6) ถ้ายังมีการก่อเหตุอีก ให้สถานศึกษาแจ้งไปยัง กอ.รมน.ของแต่ละจังหวัด เพื่อขอความร่วมมือในการป้องกันแก้ไขต่อไป โดย สอศ.ได้ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยัง กอ.รมน.แล้ว
  • ค่านิยมหลัก 12 ประการ เห็นชอบการจัดทำ "สมุดบันทึกความดี" ของนักเรียนทุกระดับ
จากการที่ได้ขอให้ทุกหน่วยงานนำค่านิยมหลัก 12 ประการ ไปบูรณาการกับกิจกรรมการเรียนการสอน หลักสูตร การวัดและประเมินผล และในการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ ได้แก่ ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์  การมีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส  มีความละอายเกรงกลัวต่อบาป  และคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง นั้น
ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบการจัดทำสมุดบันทึกความดีของนักเรียนทุกระดับ ทุกประเภท ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้เรียน กศน. เพื่อต้องการให้จดบันทึกความดีที่นักเรียนได้กระทำ และขอให้ทุกหน่วยงานจัดระบบของตัวเอง และมีการรับรองจากครูใหญ่และผู้อำนวยการโรงเรียนด้วย ทั้งนี้ยังได้ขอให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) พิจารณาใช้ความดีเป็นส่วนหนึ่งในการรับเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ซึ่งนายแพทย์กำจร ตติยกวี เลขาธิการ กกอ. จะได้นำไปหารือในที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ต่อไป
ส่วนการกำหนดแนวปฏิบัติว่าจะให้ครอบคลุมตั้งแต่เมื่อไร เลขาธิการ กกอ. รับจะนำไปหารือกับ ทปอ. ก่อน เพราะในระบบการคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย จะต้องใช้มติ ทปอ.เป็นหลัก ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเห็นด้วยกับการใช้ในเรื่องของความดี เช่น นครปฐมโมเดล ที่ใช้ความดีแล้วเข้ามหาวิทยาลัยได้ จึงจะต้องมีช่องทางของคนทำดี คนซื่อสัตย์ มีคุณลักษณะตามค่านิยม 12 ประการ ให้เข้ามหาวิทยาลัยได้ ดังเช่นในต่างประเทศ ก็ใช้อ่านจากเรียงความ
ในส่วนของสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ได้มีสมุดบันทึกความดีประจำตัวลูกเสืออยู่แล้ว จึงต้องการให้ลูกเสือทุกคนได้จดบันทึกความดี และมีการบูรณาการไปยังกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี และยุวกาชาดต่อไปด้วย เพื่อส่งเสริมค่านิยมหลัก 12 ประการ ซึ่งบรรจุอยู่ในคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 8 ประการในหลักสูตรขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 อยู่แล้ว แต่สำหรับ 4 ประการที่เพิ่มขึ้นจะบูรณาการจัดกิจกรรม โดย สพฐ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะรับไปดำเนินการต่อไป
นอกจากนี้ ศธ.ได้จัดทำสปอตปฏิรูปการศึกษา ในเรื่องความซื่อสัตย์ ความมีระเบียบวินัย พร้อมทั้งรวบรวมเพลงที่เกี่ยวข้องกับความกตัญญูและรู้คุณค่าของแม่ในรูปแบบของซีดี ส่งไปให้ทุกโรงเรียนได้เปิดในช่วงกิจกรรมวันแม่ เพื่อสานต่อนโยบายของ คสช.เกี่ยวกับค่านิยม 12 ประการด้วย
สำหรับค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ตามนโยบายของ คสช. ประกอบด้วย
          1. มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
          2. ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม
          3. กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์
          4. ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม
          5. รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม
          6. มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน
          7. เข้าใจเรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง
          8. มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่
          9. มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
          10. รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่ายจำหน่าย และพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี
          11. มีความเข้มแข็งทั้งร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ หรือกิเลส มีความละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา
          12. คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม และของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง

มหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ
นายศุภภร วงศ์ปราชญ์ รองปลัด ศธ. กล่าวว่า ศธ.จะเป็นเจ้าภาพจัดงาน “มหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ” ระหว่างวันที่ 22 27 กรกฎาคม 2557 ณ ท้องสนามหลวง ร่วมกับส่วนราชการและหน่วยงานภาครัฐอื่น ตามนโยบายของ คสช. โดยมีศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปเป็นหน่วยประสานงานในการจัดงานพร้อมกับจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยกิจกรรมภายในงานแบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ 1) ด้านการสาธิตและฝึกอาชีพ จากสถานศึกษาในสังกัด ศธ. ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และครูภูมิปัญญาชาวบ้านมาถ่ายทอดความรู้  2) ด้านการให้บริการ อาทิ ตัดผม ซอยผม เสริมสวย บริการนวดแผนไทยและแผนโบราณ บริการตรวจสุขภาพ การแสดงผลงานครูภูมิปัญญาชาวบ้าน การให้บริการของศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน Fix It Center การจัดรถโมบายห้องสมุดความรู้ และการจัดนิทรรศการ 5 แผ่นดิน เป็นต้น 3) ด้านการแสดง มีการจัดเวทีการแสดงของ ศธ.โดยเฉพาะ เพื่อเป็นเวทีสำหรับนักเรียน นักศึกษา ดารา นักร้อง และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาให้ความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ
นอกจากกิจกรรมดังกล่าวแล้ว ศธ.ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนลงนามถวายพระพรออนไลน์แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม และวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร วันที่ 28 กรกฎาคม ด้วย ทั้งนี้จะมีพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 เวลา 6.30 น. ณ ถนนกลางด้านศาลฎีกา และพิธีเปิดงาน เวลา 18.00 น. ณ เวทีกลางท้องสนามหลวง ซึ่งผู้ร่วมงานสามารถเข้าชมและเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้ในราคายุติธรรมจากส่วนราชการและร้านค้าภายในงานด้วย

การจัดงานวันแม่ "เทิดไท้พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน"
 นายศุภภร วงศ์ปราชญ์ รองปลัด ศธ. กล่าวว่า ศธ.มีกำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 12 สิงหาคม 2557 ภายใต้ชื่องาน “เทิดไท้พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” ระหว่างวันที่ 12  15 สิงหาคม 2557 โดยให้หน่วยงานในสังกัด ศธ.จัดงานดังกล่าวและใช้ชื่องานเดียวกันทั้งประเทศ โดยพิธีเปิดงานจะเริ่มขึ้นในวันที่ 12 สิงหาคม 2557 ตั้งแต่เวลาประมาณ 16.00 น. ซึ่งจะมีการจัดริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะและถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ในงานมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา “12 สิงหาพระบรมราชินีนาถ” ร่วมกับมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช และในเวลา 19.00 น. จะมีพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร ณ เวทีใหญ่ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
นอกจากนี้ ภายในงานจะมีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ในภาพรวมของ ศธ. มุ่งเน้นการเทิดพระเกียรติในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อการศึกษาของชาติ ประกอบกับเป็นโอกาสที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จะจัดงาน “73 ปี อาชีวะสร้างชาติ” จึงได้รวมเป็นงานเดียวกัน ซึ่งมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การแสดงจากนักเรียน นักศึกษา การจัดนิทรรศการให้ความรู้ เพื่อเทิดพระเกียรติ การจัดทำป้ายประกาศพระราชสมัญญา พร้อมพระฉายาลักษณ์ การจัดซุ้มฝึกอาชีพ จุดรับบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เป็นต้น

การจัดทำภาพยนตร์สารคดีพิเศษ ชุด “ก้าวข้ามเพื่อตามฝัน”
ที่ประชุมรับทราบ ศธ.ได้ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์สารคดีพิเศษ ชุด “ก้าวข้ามเพื่อตามฝัน” ตอน "การสร้าง...ที่กลับมา" ซึ่งเป็นสารคดีที่แสดงให้เห็นถึงความตระหนักในความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ จึงขอเชิญชวนติดตามภาพยนตร์สารคดีดังกล่าวต่อไปด้วย
ข้อตกลงความร่วมมือจัดการเรียนการสอนธรรมศึกษาในสถานศึกษา
ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการ ร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการจัดการเรียนการสอนธรรมศึกษาในสถานศึกษา ระหว่าง ศธ. กับสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กับกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และเข้าใจหลักพุทธธรรมที่ถูกต้อง ให้ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม สร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้เรียนห่างไกลอบายมุข สิ่งเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย โดยจะมีการพิจารณาลงนามความร่วมมือในโอกาสต่อไป
รายงานความก้าวหน้า Roadmap ปฏิรูปการศึกษา
ที่ประชุมรับทราบผลการจัดประชุมเวทีสาธารณะ : ปฏิรูปการศึกษา เพื่อปฏิรูปประเทศไทย ครั้งที่ 1 เมื่อวันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา และเห็นชอบที่จะจัดทำข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมในการปฏิรูปการศึกษาไปยังฝ่ายสังคมจิตวิทยาต่อไป โดยเฉพาะ 2 ประเด็นเร่งด่วนตาม Roadmap คือ ปฏิรูปครู และปฏิรูปการบริหารจัดการ
  • คุณสมบัติของผู้ที่จะมีสิทธิ์สมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นในสังกัด ศธ.
นางผานิตย์ มีสุนทร รองปลัด ศธ.  กล่าวว่า ในการสรรหาตำแหน่งนักบริหารระดับต้นของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งขณะนี้มีตำแหน่งว่าง 4 ตำแหน่ง คือ รองเลขาธิการ กศน., รองเลขาธิการ กช., รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. และผู้ช่วยปลัด ศธ.นั้น ได้ดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนดไว้คือ ผ่านความเห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการในการสรรหาจากที่ประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (อ.ก.พ. สป.ศธ.) แล้ว ซึ่งมีคณะกรรมการพิจารณา 5 ท่าน ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิระดับ 11 เป็นประธาน โดยมีผู้แทนจาก อ.ก.พ.ด้านกฎหมาย, ผู้แทนจาก ก.พ., ข้าราชการที่ได้รับการเลือกตั้ง, หัวหน้าส่วนราชการที่มีตำแหน่งว่าง เป็นคณะกรรมการ โดยพิจารณาจาก 3 ส่วน ส่วนแรกคือลักษณะงานในตำแหน่งว่าง ส่วนที่สองคือมองคนเป็นหลักที่จะต้องได้คนเก่งคนดีเข้ามา และส่วนที่สามคือต้องการผู้ที่เข้ามาทำงานเพื่อประโยชน์ต่อหน่วยงานนั้นๆ ให้มากที่สุด
ปลัด ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า เกณฑ์การสรรหาดังกล่าว เน้นให้เอื้อประโยชน์และส่งผลต่อองค์กร โดยพิจารณาถึงบุคคลที่จะมาสานต่องานได้อย่างมีประสิทธิผล และทำงานได้อย่างต่อเนื่องทันเวลา และแม้ว่าได้ปิดการรับสมัครสรรหาไปแล้ว แต่ที่ประชุมก็ได้นำข้อเท็จจริงการรับสมัครครั้งนี้มาดูด้วย ซึ่งก็พบว่ามีผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมัครเป็นจำนวนมากถึง 164 คน อย่างไรก็ตามที่ประชุมองค์กรหลักก็เห็นตรงกันว่า ในการสรรหาผู้บริหารระดับต้น จะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงาน การพัฒนาการศึกษาในตำแหน่งว่างนั้นๆ มากที่สุด ดังนั้นในอนาคตหากจะเปิดกว้างรับบุคคลต่างสังกัด ก็จะเปิดกว้างเหมือนกันหมด โดยในปี 2558 เห็นตรงกันว่าขอให้ทำเรื่องหารือถึงแนวปฏิบัติในเรื่องนี้ไปยัง ก.พ.ว่าจะเปิดโอกาสให้ ศธ.ทำได้มากน้อยเพียงใด
  • การแต่งตั้งผู้อำนวยการคุรุสภาจังหวัด
จากการที่มีข่าวร้องเรียนการทุจริตซื้อขายตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานคุรุสภาจังหวัด 78 ตำแหน่งนั้น ปลัด ศธ. กล่าวว่า ในฐานะปฏิบัติราชการแทน รมว.ศธ. จึงได้สอบถามเรื่องนี้ไปยังประธานกรรมการคุรุสภา (ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์) แล้วเพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และขอให้ดำเนินการเรื่องนี้ให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม ซื่อสัตย์สุจริต เพราะคุรุสภาเป็นหน่วยงานที่ดูแลมาตรฐานวิชาชีพ นอกจากนี้ได้ให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงนี้ด้วย เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ให้คำตอบแก่สังคมได้

ข่าวจากสำนักงานรัฐมนตรี